เกษตรทฤษฎีใหม่
โพสต์เมื่อ : 5 พ.ค 2565 เวลา 7:14 น.
เกษตรทฤษฎีใหม่

นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณ ที่ล้นเกล้ารัชกาลที่ 9 ทรงพระราชทาน หลักการของเกษตรทฤษฎีใหม่ ให้ปวงชนชาวไทย และรวมถึงต่างประเทศไว้
เกษตรทฤษฎีใหม่นั้นจะแบ่งออกเป็น 3 ขั้นด้วยกัน หากมีคำถามว่าทำไมต้องเเบ่งเป็น 3 ขั้น ทำข้ามขั้นได้ไหม ต้องบอกเลยว่า สุดแล้วแต่ความพอเพียงของแต่ละบุคคล โดยหลักการนั้นจะเริ่มจากตัวเองโดยการพึ่งพาตัวเอง ส่วนผลลัพท์นั้นไม่ใช่จะเหมือนกันทุนคน เพราะไม่ใช่หลักการสำเร็จรูปที่ทำแล้วจะออกผลเหมือนกันเหมือนบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป แต่บอกได้อย่างนึงว่าแนวทางเกษตรทฤษฎีใหม่นั้น หากผู้ปฏิบัติได้เข้าใจถ่องแท้ มีวินัยและความเพียร จะพบความสุข และจะประสบความสำเร็จได้อย่างยั่งยืน
เกษตรทฤษฎีใหม่นั้นจะแบ่งออกเป็น 3 ขั้นด้วยกัน หากมีคำถามว่าทำไมต้องเเบ่งเป็น 3 ขั้น ทำข้ามขั้นได้ไหม ต้องบอกเลยว่า สุดแล้วแต่ความพอเพียงของแต่ละบุคคล โดยหลักการนั้นจะเริ่มจากตัวเองโดยการพึ่งพาตัวเอง ส่วนผลลัพท์นั้นไม่ใช่จะเหมือนกันทุนคน เพราะไม่ใช่หลักการสำเร็จรูปที่ทำแล้วจะออกผลเหมือนกันเหมือนบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป แต่บอกได้อย่างนึงว่าแนวทางเกษตรทฤษฎีใหม่นั้น หากผู้ปฏิบัติได้เข้าใจถ่องแท้ มีวินัยและความเพียร จะพบความสุข และจะประสบความสำเร็จได้อย่างยั่งยืน
3 ขั้นนั้นเริ่มจาก
ขั้นที่ 1 ทฤษฎีใหม่ขั้นต้น คือการจัดสรรที่ดินระดับไร่นา ซึ่งมีการจัดการดินและน้ำเพื่อใช้ในการทำเกษตรขนาดเล็กให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยแบ่งพื้นที่ออกเป็น 4 ส่วนตามอัตราส่วน 30 : 30 : 30 : 10
ขั้นที่ 1 ทฤษฎีใหม่ขั้นต้น คือการจัดสรรที่ดินระดับไร่นา ซึ่งมีการจัดการดินและน้ำเพื่อใช้ในการทำเกษตรขนาดเล็กให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยแบ่งพื้นที่ออกเป็น 4 ส่วนตามอัตราส่วน 30 : 30 : 30 : 10
- 30 % เป็นสระน้ำสำหรับกักเก็บไว้ใช้ในหน้าแล้ง ตลอดจนการเลี้ยงสัตว์น้ำ
- 30 % สำหรับปลูกข้าวในฤดูฝน เพื่อใช้เป็นอาหารประจำครัวเรือน
- 30 % ปลูกไม้ผล ไม้ยืนต้น พืชไร่ พืชสวน พืชผักและสมุนไพร ฯ เพื่อใช้กินในชีวิตประจำวันและจำหน่าย
- 10 % เป็นที่อยู่อาศัย ที่เลี้ยงสัตว์ โรงเรือนอื่น ๆ ถนน คันดิน กองฟาง โรงหมักปุ๋ย ลานตาก สวนไม้ดอกไม่ประดับ
ขั้นที่ 2 ทฤษฎีใหม่ขั้นกลาง คือการรวมพลังกันเป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชนหรือสหกรณ์
การรวมกลุ่มกันย่อมทำให้มีอำนาจต่อรองเพิ่มมากขึ้น สามารถลดต้นทุนได้ถูกลง ทั้งในเรื่องต้นทุนการผลิต และค่าขนส่งต่างๆ ทั้งนี้ จะพึ่งพาแต่หัวหน้าชุมชนหรือแค่คนใดคนนึงไม่ได้ ทุกคนนั้นควรที่จะมีความสามัคคีร่วมแรงร่วมใจในการเสียสละ ทุ่มเท เพื่อกลุ่ม แลกเปลี่ยนความคิดเห็นรับฟัง ยอมรับความแตกต่างกันได้
การรวมกลุ่มกันย่อมทำให้มีอำนาจต่อรองเพิ่มมากขึ้น สามารถลดต้นทุนได้ถูกลง ทั้งในเรื่องต้นทุนการผลิต และค่าขนส่งต่างๆ ทั้งนี้ จะพึ่งพาแต่หัวหน้าชุมชนหรือแค่คนใดคนนึงไม่ได้ ทุกคนนั้นควรที่จะมีความสามัคคีร่วมแรงร่วมใจในการเสียสละ ทุ่มเท เพื่อกลุ่ม แลกเปลี่ยนความคิดเห็นรับฟัง ยอมรับความแตกต่างกันได้
- ด้านการผลิต ร่วมมือกันตั้งแต่เตรียมดิน หาพันธุ์ หาน้ำ เตรียมปุ๋ย เพื่อเพาะปลูก
- ด้านการตลาด การระดมความคิดสร้างแบร์น ช่วยการแปรรูป เพิ่มมูลค่าของสินค้า
- ด้านความเป็นอยู่ เกษตรกรในกลุ่มควรมีสวัสดิการ แต่ละชุมชนควรจัดตั้งกองทุนไว้ให้สมาชิกเมื่อจำเป็น เช่น การเจ็บป่วยหรือเสียชีวิต
- ด้านการศึกษา มีโรงเรียนในชุมชนเพื่อส่งเสริมการศึกษา และเปลี่ยนเรียนรู้ นำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาสอดแทรกในการสอนและเน้นพึ่งพาตนเองให้ได้
ขั้นที่ 3 ทฤษฎีใหม่ขั้นก้าวหน้า
คือการจัดหาแหล่งเงินทุนเข้ามาช่วยในกลุ่มสหกรณ์เพื่อ การเติบโตของธุรกิจ พัฒนาจุดเด่น ปรับปรุงสินค้าและบริการ เพื่อขยายฐานลูกค้า ซึ่งจะส่งผลให้กลุ่มมีความสามารถในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของสมาชิกอีกทางนึง การจะทำทั้ง 3 ขั้นตอนให้สำเร็จนั้น ต้องคำนึงถึงการพึ่งพาตัวเองเป็นจุดเริ่มต้น ซึ่งในการพึ่งพาตัวเอง จะว่าง่ายก็ง่าย จะว่ายากก็ยาก การปรับเปลี่ยนมาใช้วิถีพอเพียง อยู่ที่ความเข้มแข็งของจิตใจเป็นสำคัญ ในขั้นต้นนั้น จะเห็นได้ว่าเกษตกร จะไม่มีรายได้เข้ามาได้เลย มีแต่การลงทุนในรายจ่ายต่างๆ ทั้งการขุดบ่อน้ำ ลงทุนเมล็ดพันธ์ ลงแรง แต่ก็ใช่ว่าจะทำไม่ได้ซะทีเดียว การเริ่มต้นขั้นที่ หนึ่ง นั้นเหมือนการ รักษาโรค ต้องเริ่มจากค่อยๆรักษา ห้ามใช้ยาแรงทันที ใช้ความอดทน โดยเริ่มต้นจาก
คือการจัดหาแหล่งเงินทุนเข้ามาช่วยในกลุ่มสหกรณ์เพื่อ การเติบโตของธุรกิจ พัฒนาจุดเด่น ปรับปรุงสินค้าและบริการ เพื่อขยายฐานลูกค้า ซึ่งจะส่งผลให้กลุ่มมีความสามารถในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของสมาชิกอีกทางนึง การจะทำทั้ง 3 ขั้นตอนให้สำเร็จนั้น ต้องคำนึงถึงการพึ่งพาตัวเองเป็นจุดเริ่มต้น ซึ่งในการพึ่งพาตัวเอง จะว่าง่ายก็ง่าย จะว่ายากก็ยาก การปรับเปลี่ยนมาใช้วิถีพอเพียง อยู่ที่ความเข้มแข็งของจิตใจเป็นสำคัญ ในขั้นต้นนั้น จะเห็นได้ว่าเกษตกร จะไม่มีรายได้เข้ามาได้เลย มีแต่การลงทุนในรายจ่ายต่างๆ ทั้งการขุดบ่อน้ำ ลงทุนเมล็ดพันธ์ ลงแรง แต่ก็ใช่ว่าจะทำไม่ได้ซะทีเดียว การเริ่มต้นขั้นที่ หนึ่ง นั้นเหมือนการ รักษาโรค ต้องเริ่มจากค่อยๆรักษา ห้ามใช้ยาแรงทันที ใช้ความอดทน โดยเริ่มต้นจาก
- ลด ละ เลิก รายจ่ายที่ไม่จำเป็น
- งดสร้างหนี้ ปรับโครงสร้างหนี้ที่มี โดยเฉพาะหนี้นอกระบบ ปรึกษาผ้รู้ในการหาทางปลดหนี้ให้ได้
- ค่อยๆ เริ่ม ปรับที่ (กรุงโรม ไม่ได้เสร็จในวัดเดียวฉันใด ขั้นที่ 1 ก็ไม่ได้สำเร็จในวันเดียวเช่นกัน ) และประการสุดท้าย ห้ามใจร้อน ต้องมีความอดทน และความเพียร เป็นที่ตั้ง
Or aRt.