10 วิธีให้เจ้าตัวเล็กทานผัก

 เทคนิคดี ๆ ที่จะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่ฝึกเจ้าตัวน้อยให้ชอบทานผักได้ง่าย ๆ ด้วยวิธี

          ผัก เป็นอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพของทุกคนในครอบครัว เพราะนอกจากจะให้สารอาหารที่มีคุณค่าครบถ้วนทั้งวิตามินและแร่ธาตุ ที่มีส่วนสำคัญในการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย ช่วยสร้างเสริมสุขภาพให้แข็งแรง ยังมีคุณสมบัติในการป้องกันโรคได้อีกด้วย 

       การที่ลูกไม่กินผัก เป็นปัญหาใหญ่ที่สร้างความหนักใจให้กับคุณพ่อคุณแม่ได้ไม่น้อย เพราะอย่างที่ทุกคนทราบดีว่า ในผักและผลไม้ต่างๆ ที่เราทานกันอยู่ทุกวันนี้ ล้วนเป็นแหล่งรวมวิตามิน แร่ธาตุและสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย หากว่าลูกไม่ยอมกินผักและผลไม้เข้าไป ร่างกายของเขาก็จะขาดสารอาหารบางชนิดที่ผลกับการเจริญเติบโตก็เป็นได้ ดังนั้น การทำให้ลูกทานผักเองได้ จึงเป็นหน้าที่ที่คุณพ่อคุณแม่จะต้องทำให้ได้ ด้วยเทคนิคง่ายๆ ดังนี้ แต่ทว่าหลาย ๆ ครอบครัวก็ประสบปัญหาลูก ๆ ไม่ชอบกินผัก ส่งผลให้เกิดปัญหาต่อสุขภาพร่างกายและระบบขับถ่ายของลูก ๆ ทำให้คุณพ่อคุณแม่เกิดความกลุ้มใจว่าจะทำอย่างไรดีให้เจ้าตัวน้อยยอมทานผัก 

 

1. ฝึกให้ลูกทานซุปผัก

 

          ในเด็กทารกที่มีอายุ 6 เดือนขึ้นไป จะเป็นช่วงวัยที่เริ่มทานอาหารอ่อน ๆ นอกเหนือจากนมแม่ได้ จึงเป็นช่วงเวลาที่ดีที่คุณแม่สามารถฝึกให้ลูกทานผักได้ตั้งแต่ตอนนี้ค่ะ เพราะหากเด็กได้ลองทานผักเป็นอาหารแรกเริ่มนอกจากนมแม่แล้ว เด็กก็จะไม่รู้สึกว่าผักมีรสประหลาด หรือมีกลิ่นเหม็น แต่กลับรู้สึกเอร็ดอร่อยและเพลิดเพลินกับการกินผัก ซึ่งผักที่เหมาะนำมาทำซุปผักให้ลูก ต้องเป็นผักที่มีรสหวาน มีสีสัน เช่น แดง ส้ม ชมพู เหลือง และเขียว มีเสี้ยนผักน้อย และไม่มีกลิ่นฉุน เช่น บรอกโคลี ดอกกะหล่ำ แครอท แตงกวา ฟักทอง ผักบุ้ง ผักกาดขาว ใบตำลึง เป็นต้น

 

2. ปรุงอาหารให้ถูกใจลูกน้อย

 

          รสชาติก็เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้ลูกน้อยชอบทานผักได้ โดยทำเป็นรสอาหารที่ลูกชื่นชอบ รวมไปถึงทำเมนูอาหารให้ดูแปลกตาและหลากหลาย เช่น ซอยผักเป็นชิ้นเล็ก ๆ ผสมกับอาหาร เช่น ผัดใส่ข้าว ใส่ไข่เจียว ผสมกับหมูบดทอด เอาผักชุบแป้งทอดจิ้มกับซอสมะเขือเทศ ก็จะช่วยให้ลูกทานผักได้ง่ายขึ้น หากลูกคุ้นชินกับการทานผักแล้ว คุณแม่ก็ลองเปลี่ยนเมนูเป็นผักสด ผักต้ม หรือผักบด แล้วแต่ความต้องการ ที่สำคัญคุณพ่อคุณแม่ควรคำนึงถึงเรื่องคุณค่าโภชนาการที่มีในผักนั้น ๆ เพื่อที่ลูกจะได้ไม่รับสารอาหารบางอย่างในผักชนิดใดชนิดหนึ่งมากเกินความจำเป็นค่ะ

 

3. ตกแต่งจานผักให้น่าทาน

 

          นอกจากรสชาติแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ช่วยกระตุ้นให้ลูกน้อยรู้สึกอยากทานผักมากขึ้น นั่นก็คือ การตกแต่งจานอาหารนั่นเองค่ะ เด็ก ๆ หลายคนคงรู้สึกไม่ค่อยชอบใจเท่าไรนัก ถ้าในจานอาหารของเขามีแต่ผักเขียว ๆ เต็มไปหมด ทางที่ดีคุณแม่ควรจัดเมนูผักให้มีหลากสีสัน น่ารับประทาน โดยคุณแม่อาจหั่นผักเป็นชิ้นเล็ก ๆ ขนาดลูกเต๋า หรือตกแต่งผักในจานให้เป็นรูปการ์ตูนหรือสัตว์น่ารัก ๆ ให้เขารู้สึกเพลิดเพลินและเกิดความสนใจในการทานผักได้ นอกจากนี้จานชาม ช้อนส้อมลายน่ารัก ๆ ก็ช่วยให้ลูกทานผักและทานอาหารได้ดีเช่นกันค่ะ

4. เปลี่ยนการบังคับเป็นการชวน

 

          การบังคับให้ลูกกินผัก นอกจากลูกจะไม่ยอมกินผักแล้ว อาจเกิดการต่อต้าน ฝังใจ และไม่ชอบทานผักไปในที่สุด ทางที่ดีคุณพ่อคุณแม่ควรเปลี่ยนจากการบังคับมาเป็นการชักชวน หรือการเล่น ถึงในครั้งแรกลูกจะทานผักได้น้อย แต่ก็ถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดีแล้วค่ะ นอกจากนี้คุณพ่อคุณพ่อแม่ก็ควรทานผักให้ลูกดูเป็นตัวอย่าง พร้อมบอกประโยชน์ของผักและชักชวนให้เด็ก ๆ กินผักด้วยกัน เขาก็จะค่อย ๆ ซึมซับว่าผักมีประโยชน์อย่างไร พร้อมเปิดใจที่จะกินผักตามได้ไม่ยาก และรู้สึกสนใจที่จะกินผักนั้น ๆ ตามคุณพ่อคุณแม่

 

 

5. ฝึกให้ลูกมีส่วนช่วยทำกับข้าว

 

          หากคุณพ่อคุณแม่กำลังจะเข้าครัวทำเมนูผักให้ลูกน้อยได้ทานละก็ ลองชวนลูกมาทำกับข้าวด้วยกันดูสิคะ โดยอาจให้เขาช่วยล้างผัก หรือสอนเขาหั่นผักเป็นชิ้นเล็ก ๆ ให้ลูกมีส่วนร่วมในการใส่ผักลงหม้อหรือกระทะเอง เมื่อถึงเวลาทานข้าว ลูกก็จะรู้สึกภูมิใจที่ได้เป็นคนทำอาหาร และเกิดอยากชิมฝีมือที่ตัวเองทำ โดยคุณพ่อคุณแม่ต้องคอยให้กำลังใจและให้คำชื่นชมเขาอยู่เสมอ เช่น ลูกเก่งมากที่ช่วยทำอาหาร แล้วให้ลองชิมเมนูผักที่เป็นฝีมือของลูกด้วยกัน ก็จะช่วยให้เด็กอยากลองกินผักในอาหารที่เขาได้ช่วยคุณพ่อคุณแม่ทำนั่นเองค่ะ

 

 

6. ฝึกลูกให้คุณรู้จักรสชาติของผักและผลไม้ตั้งแต่วัยแบเบาะ

 

ฝึกให้ลูกรู้จักผักและผลไม้ชนิดต่างๆ ตั้งแต่วัยเบบี๋  โดยวิธีง่ายๆ ที่จะทำให้ลูกคุ้นเคยกับกลิ่นเขียวๆ และรสชาติของผักและผลไม้ได้ตั้งแต่เด็กก็คือ ให้คุณพ่อคุณแม่นำผักต้มสุกหรือผลไม้บางชนิด หันชิ้นขนาดใหญ่พอประมาณ  (ต้องแน่ใจว่าจะไม่หลุดลงคอง่ายๆ) มาให้เขาหยิบ จับหรือได้ลองเอาเข้าปากงับๆ ดู (เป็นการได้ฝึกกล้าเนื้อมัดเล็กไปในตัวด้วย) แม้ว่าเด็กๆ จะยังทานผักไม่ได้ แต่จะทำให้เขาคุ้นเคยกับผักและผลไม้มากขึ้น

 

7. ฝึกให้ลูกทานผัก ตั้งแต่ 9-12 เดือน เป็นต้นไป อย่ารอโตแล้วค่อยสอน

 

การฝึกให้ลูกกินผักควรเริ่มตั้งแต่เด็ก อายุ 9 -12 เดือนเป็นต้นไป ซึ่งเป็นวัยที่เด็กสามารถทานอาหารที่มีเนื้อหยาบขึ้นได้ ช่วงนี้ คุณแม่ควรทำอาหารที่มีผักให้ลูกทานในทุกๆ มืออาหาร และทำให้เขารู้สึกว่าผักเป็นสิ่งที่ต้องทาน อย่าปล่อยให้ลูกโตแล้วค่อยสอนให้เขาทานผัก หรือมีผักในอาหาร เพราะเมื่อเด็กโต หรือเข้าสู่วัย 3-5 ขวบ จะยิ่งฝึกให้เขาทานผักหรือสิ่งที่ไม่ชอบได้ยาก

 

8. กินผักให้ลูกดูเป็นตัวอย่าง

 

นอกจาก คุณแม่จะต้องครีเอทเมนูอาหารโดยมีผักเป็นส่วนประกอบสำคัญในทุกๆ มื้อให้ลูกทานแล้ว บนโต๊ะอาหารของคุณแม่ก็ควรจะมีผักด้วย เพื่อทำเป็นตัวอย่างให้ลูกดูเป็นตัวอย่างว่าการทานผักเป็นเรื่องปกติ หรือหากลูกไม่ยอมทานผักบางชนิด คุณแม่ก็อาจจะทานผักให้ลูกดู ท่าทางที่แสนอร่อยจะทำให้ลูกกล้าที่จะลองทานผักที่เขาไม่เคยทานขึ้นมาเอง

 

9. เลือกผักที่ไม่ขม หั่นผักเป็นชิ้นเล็กๆ ไม่แข็งจนเกินไป

 

การที่ลูกจะยอมทานผักหรือไม่ไม่ได้อยู่ที่การสอนของคุณพ่อคุณแม่เพียงอย่างเดียว แต่เรื่องของรสชาติและเนื้อสัมผัสของผักในอาหารก็เป็นสิ่งสำคัญ ในช่วงแรกที่ลูกเริ่มทานผัก คุณแม่หาเมนูผักที่ลูกสามารถทานได้ง่าย ไม่ขม หรืออาจผัดหรือต้มให้ผักนิ่ม ไม่แข็งจนเกินไป ซึ่งสิ่งเล็กๆ เหล่านี้ ล้วนมีผลทำให้ลูกเริ่มชอบหรือไม่ชอบทานผักอย่างใดอย่างหนึ่งทั้งสิ้น ที่สำคัญความขมที่มาจากสารเคมียิ่งอันตรายมาก อย่าลืมเลือกผักออร์แกนิค ให้ลูกน้อยของเรานะคะ

 

10. ไม่บังคับให้ลูกทานผัก

 

หากลูกโตแล้ว วัย 3-5 ขวบแล้ว แต่ยังไม่ยอมกินผัก คุณพ่อคุณแม่ควรหลอกล้อให้ลูกรู้จักทานผักได้เอง หรือไม่ก็ทานผักให้เขาดูเป็นตัวอย่าง บอกกับเขาว่าการทานผักมีประโยชน์และดีอย่างไร ค่อยๆ หาวิธีที่ทำให้เขาทานผักให้ได้ แต่ไม่ควรบังคับหรือดุลูก เพราะยิ่งถูกบังคับ เด็กก็จะยิ่งกลัวการกินผัก และอาจจะไม่ชอบและไม่ยอมกินผักไปจนโตเลยก็ได้   

 

 

           การฝึกให้ลูกชอบกินผักอาจดูเป็นเรื่องยากสำหรับคุณพ่อคุณแม่ แต่ความจริงแล้วไม่ยากอย่างที่คิดเลยนะคะ แค่ลองทำตามเทคนิค 5 ข้อ ที่เรานำมาฝากในวันนี้ดู ดีไม่ดีจากเด็กน้อยที่ไม่ชอบทานผัก อาจกลายเป็นเด็กที่ชอบทานผักมาก ๆ เลยก็เป็นได้ค่ะ รู้อย่างนี้แล้ว คุณพ่อคุณแม่มาเริ่มฝึกลูกน้อยกินผักตั้งแต่วันนี้เพื่อสุขภาพที่ดีของเขากันนะคะ 

          

            ที่สำคัญอย่าลืมเลือกผักจากฟาร์มที่มีความน่าเชื่อถือ และล้างผักให้สะอาดก่อนรับประทานนะคะ ผักถึงแม้ประโยชน์จะมากมาย แต่ถ้ามีสารพิษ แถมมาด้วยคงไม่คุ้มแน่ๆ  เลย ^_^

 

ข้อมูลจาก : aol.com, parents.com, wikihow.com

 

 

 

 

Visitors: 67,580